ราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

วันที่บังคับใช้

16 กรกฎาคม 2554

กระทรวงที่ออกกฎหมาย/ประกาศกฎหมาย

พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

อัพเดทล่าสุด

12 กันยายน 2567

แรงงาน กฎหมายแรงงาน

หมวดที่ 5 : พนักงานตรวจความปลอดภัย

มาตรา / ข้อ: 35

หลักกฎหมาย: ในการปฏิบัติหน้าที่ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยมีอำนาจดังนี้

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: เข้าตรวจสอบสถานประกอบกิจการ / ตรวจสอบบันทึกภาพสภาพแวดล้อมในการทำงาน / ตรวจสอบเครื่องจักร / สอบถามข้อเท็จจริง

บทกำหนดโทษ: มาตรา 64 ผู้ใดขัดขวาง หรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ระยะเวลา/ความถี่:

มาตรา / ข้อ: 36

หลักกฎหมาย: พนักงานตรวจความปลอดภัยพบว่า นายจ้าง ลูกจ้างหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประราชบัญญัติ หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ พบว่าสภาพแวดล้อมในการทำงาน สถานที่ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ที่ลูกจ้างใช้ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงาน ให้พนักงานตรวจสอบความปลอดภัยมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการกระทำที่ฝ่าฝืน ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายใน 30 วัน ถ้ามีหตุไม่อาจดำเนินการได้ให้ขยายได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: คำสั่ง พนักงานตรวจความปลอดภัย สำนักงงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ 3 /2564 เรื่อง ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ผู้ใดฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัยมีความผิดตามมาตรา 65 อีกด้วย

บทกำหนดโทษ: มาตรา 65 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ระยะเวลา/ความถี่: ดำเนินการภายใน 30 วัน ขอขยายได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน

มาตรา / ข้อ: 36 วรรคสอง

หลักกฎหมาย: กรณีได้รับอนุมัติจากอธิบดี ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยมีอำนาจสั่งให้หยุดการใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ สถานที่ หรือสิ่งที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อลูกจ้าง ดังกล่าวทั้งหมด ในระหว่างการปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจควาปลอดภัยได้ เมื่อนายจ้างได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัย ให้นายจ้างอธิบดีเพื่อให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ 1630/2560 เรื่อง การออกคำสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัยตามมาตรา 36 แห่ง พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ผู้ใดฝ่าฝืน หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้สิ่งที่พนักงานตรวจความปลอดภัยสั่งให้ระงับ จึงมีความผิดตามมาตรา 66 ด้วย / ตามมาตรา 72 ถ้าการกระทำผิดคณะกรรมการเห็นว่าผู้กระทำความผิดไม่ควรรับโทษจำคุก หรือไม่ควรถูกฟ้องร้องให้มีอำนาจเปรียบเทียบได้ และให้นำ มาตรา 71 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่มาบังคับโดยอนุโลม

บทกำหนดโทษ: มาตรา 66 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันไม่เกินวันละ 5,000 บาท จนกว่าจำดำเนินการตามสั่ง

ระยะเวลา/ความถี่:

มาตรา / ข้อ: 37

หลักกฎหมาย: นายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจความปลอดภัยตามมาตรา 36 ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกคำสั่งให้พนักงานตรวจความปลอดภัยเข้าจัดการแก้ไขไปตามคำสั่งนั้น นายจ้างต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเข้าจัดการแก้ไขนั้นตามจริง

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: การแก้ไขไปตามคำสั่งนั้น นายจ้างต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเข้าจัดการแก้ไขนั้นตามจริง

บทกำหนดโทษ: มาตรา 61 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน200,000บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ระยะเวลา/ความถี่:

มาตรา / ข้อ: 37 วรรคสอง

หลักกฎหมาย: ก่อนวรรคหนึ่งจะต้องทำคำเตือนเป็นหนังสือให้นายจ้างปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัยภายในระยะเวลากำหนด คำเตือนดังกล่าวจะกำหนดไปพร้อมกับคำสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัยก็ได้

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: คำเตือนเป็นหนังสือให้นายจ้างปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจความปลอดภัยภายในระยะเวลากำหนด

บทกำหนดโทษ:

ระยะเวลา/ความถี่:

มาตรา / ข้อ: 37 วรรคท้าย

หลักกฎหมาย: ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุน เพื่อเป็นเงินทดลองจ่ายในการดำเนินการได้ และเมื่อได้รับเงินจากนายจ้างแล้วให้ชดใช้เงินช่วยเหลือที่ได้รับมาคืนแก่กองทุน

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: กรณีนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานตรวจสอบความปลอดภัย ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกคำสั่ง / คำเตือน ให้นายจ้างดำเนินการตามคำสั่ง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแก้ไขที่เกิดขึ้นนายจ้างต้องรับผิดในส่วนนี้ด้วย หากผู้ใดขัดขวางการดำเนินการของนายจ้าง หรือขัดขวางการดำเนินการของพนักงานตรวจความปลอดภัย หรือผู้ซึงได้รับมอบหมาย ตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง จึงมีโทษ ตามมาตรา 61 อีกด้วย

บทกำหนดโทษ:

ระยะเวลา/ความถี่:

มาตรา / ข้อ: 38

หลักกฎหมาย: อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่จ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ตามมาตรา 37

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: การขายทอดตลาดตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตกำหนด ทั้งนี้หลักเกณฑ์ วีธีการ และเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม

บทกำหนดโทษ:

ระยะเวลา/ความถี่:

มาตรา / ข้อ: 38 วรรคสอง

หลักกฎหมาย: การมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้แจ้งเป็นหนังสือให้นายจ้างนำเงินค่าใช้จ่ายมาจ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย:

บทกำหนดโทษ:

ระยะเวลา/ความถี่: ไม่น้อยกว่า 30 วัน

มาตรา / ข้อ: 38 วรรคสาม

หลักกฎหมาย: หลักเกณฑ์ให้เป็นไปตามระเบียบรัฐมนตรีกำหนด โดยใช้วิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: ใช้วิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

บทกำหนดโทษ:

ระยะเวลา/ความถี่:

มาตรา / ข้อ: 38 วรรคท้าย

หลักกฎหมาย: เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดและชำระค่าใช้จ่ายที่นายจ้างต้องเป็นผู้จ่ายตามมาตรา 37 หากมีเงินเหลือให้คืนแก่นายจ้างโดยเร็ว โดยให้พนักงานตรวจความปลอดภัยมีหนังสือแจ้งให้ทราบ ถ้านายจ้างไม่มาขอรับเงินคืนภายใน 5 ปี ให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุน

สาระสำคัญ หรือ แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย: การขายทอดตลาดตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตกำหนด ทั้งนี้หลักเกณฑ์ วีธีการ และเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม

บทกำหนดโทษ:

ระยะเวลา/ความถี่: นายจ้างมีสิทธิขอรับเงินคืนภายใน 5 ปี

ติดต่อ-สอบถาม คลิกปุ่มนี้ได้เลย